หมวดหมู่: ข่าวทั่วไป

ข่าวทั่วไป

ชาวเน็ตจวกยับ! คลิปวัยรุ่นชาย 2 คน รุมทำอนาจารสาว งานวันไหลพัทยา

ชาวเน็ตวิจารณ์สนั่น หลังโซเชียลแชร์ภาพและคลิป วัยรุ่นชาย 2 คน รุมทำอนาจารหญิงสาวเมาขาดสติในที่สาธารณะ งานวันไหลพัทยา ชี้ทำให้ภาพลักษณ์ของประเทศเสื่อมเสีย

โลกออนไลน์ได้มีการโพสต์ภาพและคลิป กรณีของกลุ่มวัยรุ่นชายจำนวน 2 คน กำลังทำอนาจารหญิงสาวรายหนึ่งที่มีลักษณะคล้ายคนเมาไม่ได้สติ พร้อมระบุข้อความว่า “วันไหลพัทยา ไหลจริงๆ # ขอบคุณคลิปจากทางบ้านด้วย” ซึ่งในภาพคลิปดังกล่าวเป็นภาพหญิงสาวสวมกางเกงขาสั้นกำลังนั่งพิงประตูเหล็กดัดหน้าสถานประกอบการแห่งหนึ่งไม่ระบุสถานที่

โดยชายวัยรุ่นรายหนึ่งกำลังระดมจูบอย่างดูดดื่ม ขณะที่อีกรายใช้มือลูบหน้าอกและอวัยวะเพศของหญิงสาวคนดังกล่าวเป็นเวลานาน และกลุ่มคนอีกส่วนหนึ่งถ่ายภาพและส่งเสียงแซวให้ไปทำกันไปในที่ลับตา ท่ามกลางบรรยากาศของเสียงเพลงที่ดังกระหึ่ม คาดว่าน่าจะเป็นช่วงการเล่นน้ำในเทศกาลวันไหลพัทยา เมื่อวันที่ 19 เมษายน ที่ผ่านมา

ทั้งนี้ พบว่าภาพคลิปดังกล่าวมีคนเข้ามารับชมเป็นจำนวนมาก และนำไปแชร์ต่อจำนวนนับพันครั้ง ขณะที่ความคิดเห็นส่วนใหญ่ ต่างออกมาตำหนิถึงการกระทำดังกล่าวว่าเป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสมเป็นอย่างยิ่ง และทำให้ภาพลักษณ์ของประเทศดูแย่ลง พร้อมฝากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งตามจับตัวกลุ่มวัยรุ่นดังกล่าวมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

Be the First to comment. Read More
ข่าวทั่วไป

เอ ไชยา มิตรชัย เปิดใจเผยสุดโล่ง พร้อมยิ้มรับมีลูกแล้วจริงๆ

จากกรณีมีข่าวลือว่าพระเอกลิเก “เอ ไชยา มิตรชัย” มีลูกโตแล้วแต่ ซึ่งลูกสาวคนโต อายุ 24 ปี ส่วนน้องชาย 22 ปีแล้ว แต่เจ้าตัวไม่ได้เปิดเผยและไม่มีใครเคยรู้มาก่อนเลย จึงกลายเป็นเรื่องฮือฮาว่า พระเอกลิเกซุกลูกและถูกพูดถึงอยู่ในขณะนี้ เรียกว่าเป็นประเด็นฮอตเลยทีเดียว

หลังจากนั้น เอ ไชยา มิตรชัย ได้เปิดใจผ่านเฟซบุ๊คส่วนตัว Chaiya Mitchai โดยได้ยอมรับว่า “ผมมีลูกแล้วครับ”

ล่าสุด ไชยา มิตรชัย ได้เปิดเผยระหว่างมาบันทึกเทปรายการ ไมค์หมดหนี้ ณ สตูดิโอ เวิร์คพอยท์ โดยเปิดเผยกับผู้สื่อข่าวทีมห้องข่าวบันเทิงเป็นที่แรกว่า จากที่โพสต์เฟซบุ๊กนั้นเป็นความจริงทุกประการ โดยระบุว่ามีลูก 2 คนจริงตามที่เป็นข่าว คนโตเป็นลูกสาววัย 24 ปี ก็คือ “แป้ง พรภัสร์ชนก มิตรชัย” และคนเล็กเป็นลูกชายวัย 22 ปี คือ “แชมป์ ชุติพันธ์ มิตรชัย”   เอ ไชยา เปิดเผยว่า ตนเองไม่ได้ปิดบังแต่อย่างใด ที่ผ่านมาผู้ใหญ่ที่ตนนับถือ รวมทั้งแฟนคลับก็ทราบมาโดยตลอด มาตนมีลูกสาวและลูกชายมานานแล้ว วันนี้ตนเองรู้สึกโล่งใจเป็นอย่างมากที่ทุกคนได้ทราบ และยังให้การรักใคร่เอ็นดูครอบครัวของตนเป็นอย่างดี เดิมทีก็มีความสุขมากอยู่แล้ว แต่พอมีข่าวนี้ขึ้นมาก็ยิ่งมีความสุขสุดๆ

รวมถึงลูกสาวและลูกชาย หลังจากเป็นข่าว เอ ไชยา ก็ได้เผยว่า ตนก็ได้บอกน้องแป้งและน้องแชมป์ว่า ให้ลูกๆ ทำตัวปกติ แต่ลูกทั้ง 2 ยังรู้สึกตื่นเต้น กับกระแสดีๆ ที่ตามเข้ามาหลังจากที่มีข่าว และอีกกระแสข่าวที่ลือกันว่า “มิตร มิตรชัย” เป็นลูกชายที่ปิดไว้อีกคนหรือเปล่า เจ้าตัวได้ยืนยันสถานะว่าเป็นน้องชายจริงๆ เพราะในครอบครัวมี เอ ไชยา, แอน มิตรชัย และ มิตร มิตรชัยอีกทั้งยังฝากขอบคุณแฟนๆ ที่เป็นกำลังใจให้ครอบครัวมาตลอด ส่วนรายระเอียดทั้งหมดนั้นจะเปิดเผยอีกครั้ง พร้อมกันทั้งครอบครัว น่าจะประมาณวันที่ 8 พฤษภาคมนี้ เหตุเพราะเจ้าตัวยังติดถ่ายรายการและละครอยู่

Be the First to comment. Read More
ข่าวทั่วไป

เหลือเชื่อ! ยายวัย 75 ถูกยิงถล่ม แค่ถลอกฟกช้ำ 9 แผล

กระสุนปริศนาทะลุกำแพงบ้าน โดนยายวัย 75 ปี รอดปาฏิหาริย์ พบเพียงแผลถลอก มีรอยฟกช้ำ 9 แผลเท่านั้น เชื่อตะกรุดอาจารย์อ๊อด เกจิดังเมืองปทุมธานี ที่ห้อยคอมากว่า 5 ปี ช่วยคุ้มครองเอาไว้ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นางละออ อายุ 75 ปี บ้านอยู่เขตสายไหม กทม.ว่าเมื่อวันที่ 16 เม.ย. ที่ผ่านมา ถูกคนร้ายไม่ทราบจำนวน ใช้อาวุธปืนยิง ขณะกำลังนอนพักผ่อนอยู่ภายในบ้าน แต่ตนกลับไม่เป็นอะไรเลย พบว่าเป็นเพียงรอยช้ำและแผลถลอกบริเวณด้านหลัง จำนวน 9 แผล เท่านั้น

โดยเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นช่วงกลางดึกของคืน ขณะที่ตนนอนอยู่ภายในบ้าน ก็ต้องสะดุ้งตื่น เพราะได้ยินเสียงที่ดังคล้ายระเบิดบริเวณหน้าบ้าน จากนั้นได้ยินเสียงดังคล้ายเสียงยิงปืนดังขึ้นตามมาทันที ตนก็ยังไม่ได้ลุกขึ้นไปดู แต่ขณะนั้น รู้สึกแสบๆ คันๆ บริเวณหลัง จึงได้จับดูพบมีเลือดไหลออกมาเล็กน้อย จึงตะโกนเรียกให้หลานชายที่นอนอยู่ห้องข้างๆ มาช่วยดู หลานบอกว่ายายถูกยิง ตนจึงให้หลานชายไปตามลูกชายเพื่อพาไปส่งที่โรงพยาบาลภูมิพล

นางละออ เปิดเผยว่า พยาบาลถามยายว่าไปถูกอะไรมา เลยบอกไปว่า ยายน่าจะถูกยิงมานะ พยาบาลทำหน้างงๆ ก่อนที่หมอจะมาตรวจ พบว่า มีรูเล็กๆขนาด 1-2 เซนติเมตร แต่ไม่ลึก บางแผลก็เป็นเพียงแผลถลอก บางรูก็เข้าไปถึงชั้นผิวหนัง จำนวน 9 แผล หมอฉีดยากันบาดทะยักและทำแผล ก่อนให้กลับบ้านได้ จากนั้นตนเองจึงได้เดินทางเข้าแจ้งความไว้ที่ สน.สายไหม ก่อนเดินทางมาดูที่เกิดเหตุที่บ้าน พร้อมเจ้าหน้าที่

ทั้งนี้ นางละออ ยังบอกอีกว่า “ฉันเคยเป็นแม่ครัว ช่วยงานอยู่ที่วัดสายไหม มานานช่วงหลังไม่ค่อยได้เข้ามาช่วยงานทางวัดเพราะเดินทางไม่ไหว ทางพระอาจารย์อ็อด เจ้าอาวาสวัดสายไหม อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี ท่านมอบวัตถุมงคล ให้กับคนที่มาช่วยงานทางวัดทุกคน ตนก็ได้มา 5-6 ปีแล้ว เป็นตะกรุดลูกปืน เลยให้ลูกชายไปเลี่ยมนำมาห้อยคอตั้งแต่นั้นมา ตนเชื่อว่าเป็นเพราะพุทธคุณ ของตะกรุดที่ช่วยคุ้มครองตนเอาไว้ไม่ให้เสียชีวิต เพราะถูกเข้าหลายจุด”

Be the First to comment. Read More
ข่าวทั่วไป

อินเดียมีเรื่องกันช่วงสงกรานต์ พี่ไทยยกพวกตามล้างแค้น

คนอินเดียสองคนมีเรื่องวิวาทกันช่วงวันสงกรานต์ สบโอกาสเห็นอินเดียนั่งหน้าร้าน แก๊งวัยรุ่นไทยจึงเข้าจู่โจมล้างแค้น หนีไม่รอด 1 ราย รอสอบขยายผลจับกุมผู้ก่อเหตุ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 01.00 น. ร.ต.อ.ยงยุทธ หวานเหนือ รอง สวป. สภ.เมืองพัทยา จ.ชลบุรี รับแจ้งเหตุทำร้ายร่างกาย เหตุเกิดบริเวณหน้าร้านอนันดา ไทมาสสาจ ริมถนนพัทยาสายสอง ม.10 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี หลังรับแจ้งจึงนำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจไปตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุพบนักท่องเที่ยวมุงดูด้วยความแตกตื่นตกใจ โดยพบผู้บาดเจ็บทราบชื่อคือ MR.SARBJIT อายุ 40 ปี สัญชาติอินเดีย ให้การกับเจ้าหน้าที่ว่า ถูกกลุ่มวัยรุ่นไทยประมาณ 6-7 คน ทำทีเข้ามาถามซื้อเบียร์ ก่อนจะออกอาวุธหมัดมวยใส่และเข้ามารุมตีไม่ยั้ง โชคดีที่เจ้าหน้าที่ตำรวจผ่านมาพอดี ตนเองจึงรีบวิ่งหนีเอาตัวรอด เข้าไปหลบภายในร้าน ส่วนกลุ่มวัยรุ่นได้วิ่งขึ้น จยย.หลบหนีไป แต่มีหนึ่งในผู้ก่อเหตุหลบหนีไม่ทัน เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวไว้

สอบสวน นายวชิระ อายุ 21 ปี หนึ่งในกลุ่มผู้ก่อเหตุที่ควบคุมตัวไว้ได้เล่าว่า ผู้บาดเจ็บเคยมีเรื่องกับเพื่อนซึ่งเป็นชาวอินเดียตั้งแต่ช่วงวันสงกรานต์ จนกระทั่งวันนี้เห็นคู่กรณีนั่งอยู่หน้าร้าน จึงยกพวกเข้ามารุมทำร้ายดังกล่าว หลังก่อเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้ามาระงับเหตุ กลุ่มเพื่อนได้พากันหลบหนี แต่ตนเองนั้นหนีไม่ทัน จึงถูกจับกุมดังกล่าวภายหลังจากการสอบสวนจึงควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีและติดตามกลุ่มที่ร่วมก่อเหตุที่ยังหลบหนีมาดำเนินคดีต่อไป

Be the First to comment. Read More
ข่าวทั่วไป

คืบหน้า! แม่เฒ่าถูกข่มขืน ล่าสุดผู้การสุราษฎร์ฯ เต้นสอบข้อเท็จจริง

ผู้การสุราษฎร์ธานีเต้น สั่งชุดสืบจังหวัดตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณีคู่กรณีข่มขู่แม่เฒ่าถูกข่มขืน ให้ถอนแจ้งความ หากพบเป็นจริงสั่งผู้กำกับ สภ.ท่าชี เสนอเรื่องขอคุ้มครองผู้เสียหาย และขอให้ศาลเพิกถอนการประกันตัวผู้ต้องหา

จากกรณีที่ นายนุวัฒน์ กับ นางอุมาพร อายุ 34 ปี สองสามีภรรยา อ.บ้านนาสาร จ.สุราษฎร์ธานี ร้องสื่อว่าคุณแม่วัย 72 ปีพิการทางหูและเป็นโรคหอบหืด ถูกข่มขืนกระทำชำเรา 5 ครั้ง จนติดโรคทางเพศสัมพันธ์ โดยผู้ที่กระทำการข่มขืนเป็นน้องเขยของคุณแม่ เคยพาแม่เข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ท่าชี ตั้งแต่วันที่ 26 มีนาคมที่ผ่านมา และกำลังอยู่ในกระบวนการทางกฎหมาย แต่ปรากฏว่าทางผู้ต้องหาได้รับการประกันตัวจากศาล ก่อนจะมีพฤติกรรมข่มขู่คุณยาย และขอให้ญาติยอมความและถอนแจ้งความออกไป บรรดาลูกๆ กลัวความไม่ปลอดภัยและเกรงไม่ได้รับความเป็นธรรม เหตุจากผู้ต้องหาพยายามพูดจาให้เป็นเรื่องความสัมพันธ์ด้านชู้สาวกับแม่เฒ่า

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ต.ต. อภิชาติ บุญศรีโรจน์ กล่าวว่า ขณะนี้ได้สั่งการ พ.ต.อ. วิชอบ เกิดเกลี้ยง รอง ผบก.จังหวัดสุราษฎร์ธานี ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง พร้อมสั่งให้มีการสอบสวนใหม่ พร้อมเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาร่วมการสอบสวน เนื่องจากเป็นคดีที่ประชาชนให้ความสนใจ เนื่องจากผู้เสียหายมีอายุ 72 ปี ส่วนผู้ต้องหาเป็นน้องเขยอายุ 51 ปี

เพื่อให้ความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่ายอย่างตรงไปตรงมา ในส่วนด้านคดีขณะนี้กำลังรอผลตรวจทางนิติวิทยาศาสตร์จากโรงพยาบาลเพื่อมาประกอบคดี และหากพบว่าผู้ต้องหามีพฤติกรรมข่มขู่จริงจะได้สั่งการให้ พ.ต.อ. ประเสริฐ คงยั่งยืน ผกก.สภ.ท่าชี ดำเนินการเสนอเรื่องคุ้มครองพยาน และเรื่องเพิกถอนการประกันตัวผู้ต้องหาต่อศาลจังหวัดเวียงสระต่อไป

Be the First to comment. Read More
ข่าวทั่วไป

หนุ่ม ม.ดัง พุ่งชนตำรวจ หลังโดนโบกเพราะขับช่องบัสเลน

ระทึกแยกประตูน้ำ หนุ่มนักศึกษาไม่พอใจถูกโบกเรียก เพราะขับรถในช่องบัสเลน เร่งเครื่องพุ่งชนตำรวจ-เตรียมหลบหนี แต่สกัดเอาไว้ได้ พบมีประวัติโรคประสาทเมื่อช่วงบ่ายที่ผ่านมา จส.100 ได้รับแจ้งเหตุรถยนต์พยายามขับรถพุ่งชนเจ้าหน้าที่ตำรวจ บริเวณแยกประตูน้ำ หลังถูกโบกเรียกให้หยุด เพราะขับอยู่ในช่องทางของรถโดยสารประจำทาง หรือ บัสเลน หลังก่อเหตุไม่ยอมลงมาจากรถ ต้องเชิญมารดามาพูดเกลี้ยกล่อมเจรจา

ตามรายงานระบุว่า เหตุดังกล่าวเกิดขึ้นบริเวณแยกประตูน้ำ เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร สน.พญาไท ได้ทำการเรียกตรวจรถยนต์มาสด้า 2 สีขาวคันหนึ่ง เนื่องจากขับขี่อยู่ในช่องทางของรถโดยสารประจำทาง ซึ่งถือว่าผิดกฎจราจร แต่ปรากฏว่ามีคนขับไม่ยอมเจรจาและนิ่งเฉย ภายในพบชายสวมใส่ชุดคล้ายเครื่องแบบนักศึกษา  ต่อมาเจ้าหน้าที่จึงได้เชิญให้บังคับรถเลี้ยวไปจอดไว้ที่ถนนเพชรบุรีก่อน แต่เมื่อสัญญาณไฟบริเวณสี่แยกเปลี่ยนเป็นไฟเขียว ชายคนดังกล่าวได้เร่งเครื่องและหักพวงมาลัยจะหลบหนี ทำให้พุ่งชนเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร ประกอบกับจังหวะดังกล่าวมีหญิงสาวขับจักรยานยนต์ผ่านมาพอดี ทำให้ถูกชนบาดเจ็บอีกราย

หลังจากนั้น ชายขับรถยนต์มาสด้า 2 พยายามขับรถขึ้นไปบนสะพานข้ามคลองแสนแสบ มุ่งหน้าไปยังแยกราชประสงค์ แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ช่วยกันติดตามสกัดเอาไว้ได้ เบื้องต้นพบว่าเป็นหนุ่มนักศึกษามหาวิทยาลัยเอกชนชื่อดังแหงหนึ่ง อายุ 21 ปี ไม่ยินยอมลงมาจากรถยนต์แต่โดยดีทำให้ต้องประสานงานไปยังมารดาของชายคนดังกล่าว เพื่อมาช่วยพูดคุยเกลี้ยกล่อม กระทั่งยอมลงมาจากรถและถูกนำตัวไปสอบสวนที่ สน.พญาไท เบื้องต้นพบว่ามีประวัติเคยรักษาอาการทางประสาทที่โรงพยาบาลมนารมย์

Be the First to comment. Read More
ข่าวทั่วไป

ปอร์เช่เสียหลัก พุ่งขึ้นทางเท้าอัดต้นไม้ เจ็บ 3 ราย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อเวลา 15.20 น. เกิดอุบัติเหตุรถสปอร์ตเฉี่ยวชนรถจยย. บริเวณถนนเกษตรนวมินทร์ มุ่งหน้าถนนเลียบทางด่วนรามอินทรา ตอหม้อที่ 222 กรุงเทพฯ ที่เกิดเหตุเจ้าหน้าที่พบผู้บาดเจ็บ 3 ราย เป็นผู้ขับขี่รถสปอร์ต คนขี่จยย.เป็นชาย 1 ราย และคนเดินอยู่บนทางเท้าเป็นเพศหญิง 1 ราย เจ้าหน้าที่รีบปฐมพยาบาลเบื้องต้น ก่อนนำส่งรพ.นพรัตน์

โดยที่เกิดเหตุพบรถปอร์เช่ สีขาว ทะเบียน 2 กย. 3984 กทม. พุ่งขึ้นฟุตบาทเข้าชนกับต้นไม้อย่างแรง จนสภาพหน้ารถบุบ กระจกร้าว ด้านท้ายรถมีร่องรอยของกรอบทะเบียนหลุดและแตก ห่างจากนั้นไปประมาณ 15 เมตร พบรถมอเตอร์ไซค์ยี่ห้อมีโอ 115 i สีขาวแดง ทะเบียน 4 กฉ 5894 กทม. สภาพพลิกคว่ำอยู่ข้างถนน ด้านท้ายรถถูกชนพังยับ

จากการสอบสวนเบื้องต้น ทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ รถสปอร์ตได้ขี่มาตามถนนเกษตร-นวมินทร์ เมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุที่เป็นทางแยกเข้าถนนคลองลำเจียก ได้พยายามหักเลี้ยวเข้าซอย ก่อนจะเสียหลักพุ่งไปชนจยย.และปีนขึ้นฟุตบาธชนเข้ากับคนที่เดินอยู่บนทางเท้า จนทำให้คนกระเด็น ก่อนที่รถจะไปชนกับต้นไม้อย่างแรง ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่จะทำการสอบสวนว่าเจ้าของรถเป็นใคร และหาสาเหตุของอุบัติเหตุดังกล่าว โดยจะตรวจสอบกล้องวงจรปิด และสอบปากคำอย่างละเอียด ก่อนจะดำเนินคดีต่อไป

Be the First to comment. Read More
ข่าวทั่วไป

ลูกสาวตามหาพ่อหายออกจากบ้านนานกว่า 11 วัน ยังไร้เบาะแส

ลูกสาวเพชรบูรณ์วอนสื่อช่วยเหลือ หลังพ่อวัย 85 ปีหายออกจากบ้านไร้ร่องรอยนานกว่า 11 วัน ทั้งออกตามหาและพึ่งไสยศาสตร์ แต่ยังคงไร้วี่แวว

ผู้สื่อข่าวได้รับการประสานจาก นางสาวนิศาชล ชูใส อายุ 44 ปี ชาว ต.วังหิน อ.วังโป่ง จ.เพชรบูรณ์ ว่าบิดาของตนเองคือ นายชาย ชูใส อายุ 85 ปี ซึ่งมักมีอาการหลงๆ ลืมๆ ได้หายตัวออกไปจากบ้านอย่างไร้ร่องรอย โดยไม่มีผู้ใดพบเห็นจนกระทั่งตอนนี้นับเป็นเวลากว่า 11 วันแล้ว  ซึ่งตั้งแต่วันแรกที่พบว่าพ่อเริ่มหายออกจากบ้าน ทางด้านลูกหลานและญาติๆ ตลอดจนเพื่อนบ้าน ต่างช่วยกันออกตามหามาตลอด พร้อมทั้งจัดทำป้ายประกาศคนหาย โดยมีรางวัลให้ จำนวน 5,000 บาท ออกกระจายติดทั่วหมู่บ้าน และพื้นที่ใกล้เคียง

แต่ก็ยังไม่ได้เบาะแสแต่อย่างใด จึงอยากวอนสื่อช่วยเป็นกระบอกเสียง ช่วยอีกทางหนึ่ง หากผู้ใดพบเห็นบุคคลในภาพ จะมีไฝตำหนิที่จมูก สูงประมาณ 160 เซนติเมตร ผิวดำแดง พบเห็นการแต่งตัวครั้งสุดท้าย คือ ใส่เสื้อสีเขียวเทา นุ่งกางเกงขาสั้นสีดำ สามารถแจ้งได้ที่เบอร์โทร ติดต่อ 09-7928-5323 ซึ่งเป็นเบอร์ของลูกสาวได้ตลอด 24 ชั่วโมง เนื่องจากขณะนี้ ทุกคนรู้สึกเป็นห่วง และร้อนใจเป็นอย่างมาก

นอกจากจะใช้วิธีติดประกาศตามสถานที่ต่างๆ และแบ่งกันออกตามหาพร้อม สอบถามไปยังสถานที่ ที่คาดว่านายชาย ชูใส เคยไปแล้วนั้น ตนยังได้หันพึ่งวิธีทางไสยศาสตร์ช่วยอีกทางหนึ่ง โดยได้ไปให้ร่างทรง ตลอดจนหมอดูหลายสำนักช่วยเหลือตามความเชื่อ ซึ่งทุกที่บอกตรงกันหมดว่า คุณพ่อยังมีชีวิตอยู่ แต่ได้เดินหลงหายไปทางทิศใต้ของบ้านและเดินไปเรื่อยๆ ไม่มีจุดหมาย โดยทางลูกหลานและญาติๆ ก็ยังคงมีกำลังใจ มีหวังว่าจะได้พบตัว ยังคงออกติดตามหา และเฝ้ารอให้มีผู้พบเห็น ได้แจ้งเบาะแสเข้ามาโดยเร็ว

Be the First to comment. Read More
ข่าวทั่วไป

หญิงชราสุรินทร์ไร้บ้าน-ไร้ญาติ ลูกหลานทอดทิ้ง

พบหญิงชราเมืองช้าง อายุ 71 ปี ถูกทิ้งให้อยู่เพียงลำพังในห้องเก็บของ ศาลาประชาคม กว่า 12 ปี ไร้บ้าน ไร้ญาติ ลูกหลานทิ้ง

ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจาก นายสว่าง คานทอง ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ 4 บ้านค้อ ต.น้ำเขียว อ.รัตนบุรี จ.สุรินทร์ ว่ามีหญิงชรา ทราบชื่อ นางอมร พึ่งพา อายุ 71 ปี มาอาศัยอยู่ในศาลาประชาคมในหมู่บ้านมานานกว่า 12 ปีแล้ว ปัจจุบันยังไม่มีบ้านอยู่ ถูกลูกหลานทิ้งให้อยู่ลำพัง ต้องอาศัยเงินเบี้ยยังชีพเดือนละ 600 บาท และเงินจากการเหลาก้านมะพร้าวขายมีรายได้เพียงเดือนละ 100 บาท ทั้งยังต้องอาศัยความช่วยเหลือจากคนในหมู่บ้าน ให้ข้าวให้น้ำกินไปวันๆ

นางอมร เปิดเผยว่า 12 ปีก่อน ตนได้อาศัยอยู่ที่บ้านของลูกสาวในหมู่บ้านนี้ แต่พอลูกสาวมีครอบครัวก็ได้ขายที่และบ้านไปอยู่กับสามี ทิ้งให้ตนอยู่ตามลำพังโดยไม่กลับมาอีกเลย หลังจากนั้นตนก็ได้ย้ายออกมาอาศัยอยู่ที่ศาลาประชาคมในหมู่บ้าน ชีวิตความเป็นอยู่ของตนก็ได้อาศัยเงินช่วยเหลือจากเบี้ยยังชีพ และรายได้จากการเก็บก้านมะพร้าวมาเหลาขาย ส่วนเรื่องอาหารการกิน ก็ได้รับความช่วยเหลือจากคนในหมู่บ้าน ที่บ้างก็นำเอาข้าวสารและอาหารมาให้ พอได้กินไปวันๆ

นางเตือนใจ กำลังกล้า ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 4 กล่าวว่า ตนอยากวอนขอความช่วยเหลือ โดยเปิดบัญชีให้นางอมร พึ่งพา ในชื่อบัญชี นางอมร พึ่งพา ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร สาขารัตนบุรี บัญชีออมทรัพย์ เลขที่บัญชี 020113685837 โดยให้นางอมรเป็นผู้ถือบัญชี หากจะมีการเปิดจ่าย ก็จะมีคณะกรรมการมาร่วมพิจารณาและไปดำเนินการเบิกเงินมาให้ พร้อมจัดหาสิ่งของเครื่องใช้มาให้ตามความประสงค์ของนางอมร

ส่วน นายสมชาย อัมพันกาญจน์ นายอำเภอรัตนบุรี กล่าวว่า กำลังประสานขอความช่วยเหลือจากทางกาชาดเพื่อนำสิ่งของไปบริจาค และกำลังดูในเรื่องเงินช่วยเหลือต่างๆอยู่

Be the First to comment. Read More
ข่าวทั่วไป

น้อยใจเมียไม่ดูดาย ผูกคอดับคาบ้านอ่างทอง

หนุ่มฉกรรจ์วัย 35 ปี น้อยใจเมียไม่ดูดายทิ้งจดหมายลาตายบ่น “ไม่มีใครรักจริง-ทำอะไรก็ผิด” ก่อนผูกคอดับคาบ้านที่อ่างทอง

ร.ต.อ.จักรี พันเอ็ด รองสารวัตรสอบสวน สภ.เมืองอ่างทอง ได้รับแจ้งเหตุมีคนผูกคอเสียชีวิต บริเวณบ้านเลขที่ 44/2 หมู่ที่ 1 ตำบลหัวไผ่ อำเภอเมือง จังหวัดอ่างทอง หลังได้รับแจ้งจึงรีบรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน แพทย์ พยาบาล โรงพยาบาลอ่างทองและเจ้าหน้าที่กู้ภัย

ในที่เกิดเหตุเป็นบ้านพัก 2 ชั้น ด้านบนเป็นไม้ ด้านล่างเป็นปูน มีชาวบ้านในพื้นที่ที่ทราบข่าวมายืนมุงดูกันเป็นจำนวนมาก บริเวณห้องโถงชั้นบนของบ้าน พบศพผู้เสียชีวิตเป็นชาย ทราบชื่อต่อมาคือ นายอนุสรณ์ อายุ 35 ปี เจ้าของบ้าน ซึ่งเป็นพนักงานโรงงานแห่งหนึ่งในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ใช้ผ้าพันคอผูกต่อกับขื่อกลางบ้านในลักษณะนั่งคุกเข่าเสียชีวิตอยู่บนพื้นบ้าน

นอกจากนี้บนโต๊ะที่ห่างจากศพเพียงเล็กน้อย พบข้อความที่เขียนด้วยดินสอลงบนสมุด เขียนว่า “เบื่อท้อไม่มีใครรักจริง ไม่มีกำลังใจทำอะไรก็ผิด พูดอะไรก็ผิด ขอใช้ชีวิตแค่นี้พอ ยอมแพ้ ทอดไก่ให้ลูกด้วย”

ร.ต.อ.จักรี กล่าวว่า เบื้องต้นจากการสอบสวนภรรยาของผู้เสียชีวิต ทราบว่าได้ทะเลาะกันมาหลายวันแล้ว คาดว่าผู้เสียชีวิตอาจจะคิดน้อยใจที่ภรรยา และคนในบ้านไม่สนใจ จึงได้คิดสั้นเขียนจดหมายลาตาย และได้นำผ้ามาผูกคอจนทำให้เสียชีวิต ทางเจ้าหน้าที่ตรวจสอบที่เกิดเหตุแล้วไม่พบร่องรอยการต่อสู้ ซึ่งทางเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานได้เก็บรายละเอียดในที่เกิดเหตุ พร้อมกับมอบศพผู้เสียชีวิตให้ญาตินำไปบำเพ็ญกุศลตามประเพณีต่อไป

Be the First to comment. Read More