ดวงแข็ง! จยย. ล้มกลางถนน ถูกกระบะทับเหลือแต่ซาก คนขับกลับรอดปาฏิหาริย์

เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยดวงแข็ง ขี่รถจักรยานยนต์จะกลับบ้านเกิดเสียหลักล้มกลิ้งกลางถนน โชคดีรถที่ขับตามหลังมาหักหลบไปชนรถจักรยานยนต์แทน รถแหลกทั้งคัน แต่เจ้าของรถไม่เป็นอะไรแม้แต่นิดเดียว  เมื่อเวลา 03.55 น. ศูนย์วิทยุกู้ภัยสมาคมสว่างกตัญญูธรรมสถานจันทบุรี ได้รับแจ้งมีอุบัติเหตุรถชนกัน และมีผู้บาดเจ็บอยู่กลางถนน เหตุเกิดใกล้สะพานคลองด้วน ถนนสุขุมวิท หมู่ที่ 8 ตำบลวังโตนด อำเภอนายายอาม จังหวัดจันทบุรี จึงรีบเดินทางไปตรวจสอบยังจุดเกิดเหตุ

ซึ่งบริเวณร่องกลางถนนพบรถจักรยานยนต์ยี่ห้อยามาฮ่าเมท สีฟ้า หมายเลขทะเบียน กนม 221 จันทบุรี ที่พังเสียหายจนเหลือแต่ซาก และยังพบ นายกิตพจน์ อายุ 38 ปี อยู่บ้านหนึ่ง หมู่ที่8 ตำบลรำพัน อำเภอท่าใหม่ จังหวัดจันทบุรี แต่งชุดเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย เจ้าของรถยืนดูสภาพรถของตนเองอยู่ แต่ไม่ได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด

โดยบอกว่า ระหว่างที่ตนกำลังจะขี่รถกลับบ้าน จู่ๆเหมือนมีรถยนต์มาชนท้ายรถของตน และตนเสียหลักล้ม ส่วนรถที่ตามหลังมาได้เหยียบซ้ำเข้าที่รถจักรยานยนต์ตนอีกครั้ง จนรถเหลือสภาพแบบที่เห็น   ทั้งนี้ ห่างออกไปประมาณ 50 เมตร พบรถยนต์กระบะ ยี่ห้อโตโยต้า ดีโฟร์ดี 4 ประตูสีบรอนซ์ หมายเลขทะเบียน กค 685 จันทบุรี จอดอยู่ ในสภาพกันชนหน้ายุบเข้าไปด้านใน และบริเวณประตูหลังคนขับมีรอยบุบขนาดใหญ่ จากการสอบถามนายดำรงศักดิ์ เจนจัดการ อายุ 37 ปี อยู่บ้านหนึ่ง หมู่ที่ 11 ตำบลช้างข้าม อำเภอนายายอาม จังหวัดจันทบุรี    คนขับได้เปิดเผยว่า ระหว่างตนขับรถกลับจากพื้นที่อำเภอขลุง จะกลับบ้านที่พื้นที่นายายอาม ตนขับรถมาในช่องทางด้านขวา จู่ๆ ก็เจอรถจักรยานยนต์ล้มจากเลนด้านซ้ายมาในเลนของตน ส่วนคนขับรถจักรยานยนต์ก็กระเด็นกลิ้งอยู่กลางถนน

ตนจึงตัดสินใจหักรถให้ชนรถจักรยานยนต์ ซึ่งภาพจากกล้องติดหน้ารถยนต์ของตนสามารถบันทึกภาพขณะที่เกิดเหตุได้พอดี เพราะถ้าตนไม่หักไปชนรถจักรยานยนต์ที่ล้มไถลมา คงชนคนขับขี่รถจักรยานยนต์ดังกล่าว   ซึ่งภาพจากกล้องติดรถยนต์เห็นว่า รถจักรยานยนต์ได้เสียหลักล้มหน้ารถยนต์และไถลกลิ้งมากลางถนน และถือเป็นโชคดีที่คนขับรถยนต์หักรถหลบได้ทัน จึงทำให้ไม่มีผู้บาดเจ็บแต่อย่างใด ส่วนจะมีคนชนท้ายรถจักรยานยนต์หรือไม่นั้น ต้องทำการสอบถามคนที่เห็นเหตุการณ์เพื่อความแน่ชัดต่อไป

ญาติฉุนหนัก! สาวถูกรถพ่วงเหยียบแขนขาด บุกกระทืบคนขับคาโรงพัก

ญาติฉุนคนขับรถพ่วง บุกตื้บถึงหน้าโรงพัก หลังมอเตอร์ไซค์ชนรถจนโดนทับแขนขาด อาการสาหัส  จากกรณีรถพ่วงเฉี่ยวกับรถจักรยานยนต์ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัส 1 ราย ต่อมาเมื่อเวลา 12.00 น. ได้มีคลิปภาพวงจรปิดจับโพสต์ลงโลกโซเชี่ยวและแชร์ต่อมีผู้เข้าชมหลายหมื่นคน วงจรปิดจับภาพวินาทีชีวิตรถจักรยานยนต์เฉี่ยวชนกับรถบรรทุกพ่วง ขณะกำลังขึ้นแซงรถเก๋ง ที่แยกนัดโต๊ะโมง จ.ยะลา ส่งผลให้ผู้ขับขี่จักรยานยนต์แขนขวาขาดตั้งแต่ช่วงข้อศอก นิ้วเท้าหัวแม่โป่งขาดสมองช้ำใน บาดเจ็บสาหัส ต่อมาชาวบ้านในพื้นที่รับเข้าไปช่วยพร้อมโทรแจ้งหน้าที่กู้ภัย ส่งตัวไปยัง รพ.ทราบชื่อในเวลาต่อมา นางสาวอรอุมา

ต่อมาเมื่อเวลา 11.00 น. ของ มีคลิปออกมาอีกคลิปบริเวณภายในสถานีตำรวจภูธรเมืองยะลา มีการกระทบกระทั่ง ทั้งสองฝ่าย ฝ่ายญาติผู้ขับรถจักรยานยนต์และคนขับรถพ่วงคันดังกล่าว พร้อมกับมีการพยายามทำร้ายร่างกาย หลังคนขับรถพ่วงเดินทางมายังสถานีตำรวจเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ เหตุการณ์นี้เป็นเหตุหลังเกิดอุบัติเหตุ ซึ่งภายในคลิปมีคนขับรถพ่วงใส่เสื้อยืดสีนำเงิน กางเกงขาสั้นลายทหาร ส่วนฝั่งของญาติฝ่ายขับรถจักรยานยนต์ ตามภาพในคลิปมี 2 คน เป็นผู้หญิงกับผู้ชาย พยามทำร้ายร่างกายคนขับรถพ่วงและก็มีการตอบโต้เล็กน้อย หลังฝ่ายญาติผู้ขับรถจักรยานยนต์ไม่พอใจอย่างมากกลังคนขับรถพ่วงเฉี่ยวแล้วไม่ยอมจอด จนเจ้าหน้าที่ตำรวจต้องระงับเหตุ

โดย คนขับรถพ่วง ให้การว่า ขณะถึงที่เกิดเหตุตนขับรถตามปกติแต่ไม่เห็นว่ามีรถจักรยานยนต์เฉี่ยวกับรถตนเอง และเมื่อขับมาสักระยะหนึ่งตนมองกระจกด้านขวา เห็นรถเจ้าหน้าที่ตำรวจตามหลังแล้วเรียกให้จอด จึงจอดรถ และเปิดประตูลงไปดู เจ้าหน้าที่ตำรวจได้บอกว่าตนเองขับรถเฉียวกับรถจักรยานยนต์จนมีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัส ในเวลาต่อมาจึงเดินทางพร้อมรถพ่วงคันดังกล่าวมายังสถานีตำรวจภูธรเมืองยะลา เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ

ด้าน แพทย์โรงพยาบาลศูนย์ยะลาได้ เปิดเผยว่า อาการของ นางสาวอรอุมา ยังหน้าเป็นห่วง แขนขวาขาด นิ้วเท้าหัวแม่โป้งขวาขาด สมองได้รับการกระทบกระเทือนอย่างรุนแรง แต่ที่หน้าเศร้า แพทย์ไม่สามารถต่อแขนและนิ้วเท้าที่ขาดได้ เนื่องจากทางโรงพยาบาลไม่มีแพทย์เฉพาะทางด้านการต่อเส้นประสาทและเส้นเอ็น จึงไม่สามารถต่อแขนและนิ้วได้   เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการสอบปากคำผู้ขับขี่รถทั้งสองราย และพยานแวดล้อม ก่อนจะตรวจสอบกล้องวงจรปิด พร้อมทั้งแจ้งข้อหากับผู้กระทำผิดเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

จะร้องไห้ตาม คุณป้ารถล้มเจ็บ-อาหารเม็ดเกลื่อน พูดซ้ำๆ “หมาอดข้าวแล้วลูก”

แชร์คลิปสุดสะเทือนใจ คุณป้ากำแพงเพชรรถล้ม บาดเจ็บเลือดไหลอาบ อาหารเม็ดตกเกลื่อนถนน แต่ยังไม่ห่วงตัวเอง สะอื้นซ้ำๆ “หมาอดข้าวแล้วลูก”  ผู้สื่อข่าวรายงานว่า โลกออนไลน์กำลังรู้สึกเศร้าสะเทือนใจไปตามๆ กัน หลังจากได้ชมคลิปภาพอุบติเหตุที่เกิดขึ้นริมถนนแห่งหนึ่ง หญิงชราถูกคู่กรณีเฉี่ยวชนจักรยานยนต์ล้มกลางทาง ทำให้อาหารเม็ดหล่นกระจาย ตัวเองได้รับบาดเจ็บเลือดไหลนอง แต่ไม่วายเป็นห่วงสุนัขที่กำลังจะนำอาหารไปให้ ร้องไห้และกล่าวถึงสุนัขอย่างน่าเวทนา

เพจเฟซบุ๊ก YouLike (คลิปเด็ด) ได้แชร์คลิปวิดีโอจากผู้ใช้เฟซบุ๊กคุณ Steve-g Keerati Loungsan ที่โพสต์ภาพเหตุการณ์อุบัติเหตุรถจักรยานยนต์เฉี่ยวชนกัน ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ หนึ่งในนั้นคือหญิงสูงวัยคนหนึ่ง มีอาการเลือดไหลที่ศีรษะ พลเมืองดีที่เห็นเหตุการณ์เข้าให้ช่วยเหลือ   จากคลิปภาพดังกล่าวเผยให้เห็นว่า รถจักรยานยนต์ของคุณป้าอยู่ในสภาพเสียหลักล้มคว่ำอยู่กลางทาง โดยมีอาหารเม็ดที่เป็นอาหารสุนัขตกเกลื่อนพื้นถนน เมื่อเข้าไปสอบถามคุณป้าว่าบาดเจ็บมากหรือไม่ คุณป้าก็ได้แต่พูดว่า “หมาอดข้าวแล้วลูก” ด้วยน้ำเสียงเศร้าสะอื้น สร้างความสะเทือนใจแก่ผู้ที่พบเห็น

ทั้งนี้เหตุดังกล่าวเกิดขึ้นบริเวณทางเข้าวัดนาควัชรโสภณ (วัดช้าง) อ.เมืองกำแพงเพชร โดยที่คนขับรถจักรยานยนต์คู่กรณีก็ได้รับบาดเจ็บเช่นเดียวกัน หลังเกิดเหตุพลเมืองดีได้ช่วยกันนำตัวส่งโรงพยาบาล เจ้าของคลิปยังระบุว่า คุณป้ามีอาการกะโหลกศีรษะแตกและแขกหัก แต่ขณะนี้ปลอดภัยแล้ว และคาดว่าสุนัขที่คุณป้าอุปการะอาจจะต้องอดข้าวไปหลายวัน จึงวิงวอนในพื้นที่ที่รักสุนัขได้ช่วยเหลือในเบื้องต้น  อย่างไรก็ตาม หลังจากคลิปดังกล่าวเผยแพร่ออกไป ปรากฏว่ามีผู้เข้ามาแสดงความคิดเห็นเป็นจำนวนมาก หลายคนรู้สึกเห็นใจและสะเทือนใจไปตามๆ กัน แม้ตัวเองจะบาดเจ็บแต่ก็ยังเป็นห่วงสัตว์ที่เลี้ยงดู พร้อมกับอวยพรขอให้คุณป้าหายจากอาการบาดเจ็บโดยเร็ว

หึงโหด! เมียนั่งกินเหล้ากับผู้ชาย ผัวบุกเตะปากดับคาที่

ที่ จ.ศรีสะเกษ เกิดเหตุหนุ่มใหญ่หึงภรรยานั่งกินเหล้ากับผู้ชายในบ้าน บุกเข้าเตะปาก 2 ครั้งดับคาที่  เมื่อเวลา 09.30 น.  ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พ.ต.ท.ศิลประสิทธิ์ ศรีเกียรติ พนักงานสอบสวน สภ.เมืองศรีสะเกษ ได้รับแจ้งว่าเกิดเหตุมีคนถูกทำร้ายเสียชีวิตที่บ้านหมู่ 11 ชุมชนสะพานขาว ต.หญ้าปล้อง อ.เมืองศรีสะเกษ จึงรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบร่างนายเจ้ย ไม่ทราบนามสกุล อายุ 45 ปี นอนอยู่กลางห้อง สภาพศพสวมเสื้อยืดสีเหลือง กางเกงขายาวสีดำ มีเลือดไหลออกมาจากบริเวณปาก คาดว่าเสียชีวิตมาแล้วประมาณ 5 ชม.

จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า นายสุบรรณ อายุ 51 ปี อาชีพขับรถจักรยานยนต์รับจ้างอยู่ที่บริเวณด้านหลังสถานีรถไฟศรีสะเกษ ซึ่งเป็นเจ้าของบ้านหลังที่เกิดเหตุ ได้ให้การรับสารภาพว่าตนเป็นคนทำร้ายนายเจ้ยจนเสียชีวิต โดยก่อนเกิดเหตุตนกลับเข้ามาบ้านเวลาประมาณ 20.00 น.  และพบว่านายเจ้ยกำลังนั่งกินเหล้าอยู่กับ นางพรทิพย์ ภรรยาของตนภายในบ้าน

ซึ่งตนทราบว่านายเจ้ยมักจะมากินเหล้ากับภรรยาของตนเป็นประจำ และพบว่านายเจ้ยแสดงอาการสนิทสนมกับนางพรทิพย์เป็นอย่างมาก ตนเกิดความหึงหวงจึงได้ไล่ให้นายเจ้ย ออกไปจากบ้านของตน และบันดาลโทสะสุดขีดใช้เท้าเตะไปที่ปากของนายเจ้ย 2 ครั้ง ซึ่งนายเจ้ยกำลังนั่งกินเหล้าอยู่ได้ล้มฟุบลง

จากนั้นตนได้เดินหนีออกไปจากบ้าน พอรุ่งเช้าตนได้รับทราบจากนางพรทิพย์ว่า นายเจ้ยเสียชีวิตแล้วอยู่ภายในบ้านของตน ตนไม่ได้ตั้งใจที่จะฆ่านายเจ้ยแต่อย่างใด เพียงต้องการขับไล่นายเจ้ยให้ออกไปจากบ้านตนเท่านั้น เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ตั้งข้อหาว่าทำร้ายร่างกายผู้อื่นถึงแก่ความตาย จากนั้นได้ควบคุมตัวนายสุบรรณ ไปดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

โชเฟอร์สองแถวไร้สำนึก ซัดเหล้าขาวเมาแอ๋ยังมารับผู้โดยสาร

ตำรวจอาสา สถานีตำรวจภูธรเสม็ด อำเภอเมือง จังหวัดชลบุรี กำลังปฏิบัติหน้าที่ดูแลการจราจร และความปลอดภัยบริเวณหน้าห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลชลบุรี ริมถนนสุขุมวิท หมู่ 1 ตำบลเสม็ด อำเภอเมือง จังหวัดชลบุรี ได้พบรถสองแถวสายชลบุรี-หนองมน สีแดง หมายเลขทะเบียน 10-4609 ชลบุรี กำลังถอยเข้าคิว ปรากฏว่าถอย 2 ครั้ง ไม่เข้าช่องทางที่กำหนดไว้ และจอดทิ้งไว้ทำให้ขัดขวางการจราจร จึงเกิดความสงสัยว่าคนขับจะเมาจึงได้ควบคุมตัวไว้

หลังจากนั้นได้แจ้งให้ตำรวจ สถานีตำรวจภูธรเสม็ด เข้าทำการตรวจสอบ ทราบชื่อมาคือ นายทองปาน อายุ 58 ปี มีลักษณะเมาสุรา จึงได้นำเครื่องตรวจวัดแอลกอฮอล์มาตรวจสอบพบว่าสูงกว่าที่กฎหมายกำหนด 50 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ โดยวัดได้ถึง 203 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ ซึ่งนายทองปาน ยอมรับว่าดื่มเหล้าขาว 30 ดีกรีใส่ขวดยาชูกำลัง ตำรวจจึงได้ควบคุมตัวไว้ดำเนินคดีในข้อหาเมาสุราขณะขับรถ
ตำรวจอาสา สถานีตำรวจภูธรเสม็ดกล่าวว่า ช่วงที่กำลังดูแลด้านการจราจร เห็นรถสองแถวชลบุรี-หนองมน กำลังจะเข้าคิว และถอยรถเกือบชนผู้โดยสาร มองดูแล้วมีลักษณะเมาสุรา จึงได้แจ้งตำรวจสถานีตำรวจภูธรเสม็ดเข้าตรวจวัดแอลกอฮอลพบว่ามีค่า 203 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์สูงกว่าที่กฎหมายกำหนดไว้ การจับกุมครั้งนี้เพราะหากปล่อยให้รับผู้โดยสารและวิ่งไปตามถนนอาจจะเกิดอุบัติเหตุทำให้ผู้โดยสารเสียชีวิตได้ จึงควบคุมตัวไว้ก่อนที่จะเกิดเหตุขึ้น

สลด พ่อป่วยหลอกลูกสาวไปหยิบของ ก่อนยิงตัวเองดับคารถเข็น

ชายวัย 46 ปี เครียดต้องลาออกจากงาน เนื่องจากป่วยโรคไต และ โรคกระดูกสันหลังทับเส้นประสาท จนทำให้เดินไม่ได้ ตัดสินใจใช้ปืนยิงตัวเองเสียชีวิต

ตำรวจภูธรเมืองสมุทรปราการ พร้อมด้วย เจ้าหน้าที่กู้ชีพสมาคมกู้ภัยสมุทรปราการ มูลนิธิร่วมกุศลสมุทรปราการ เข้าตรวจสอบเหตุชายยิงตัวตายภายในบ้านพัก ในซอยอยู่สุข 12 ถนนศรีนครินทร์ ตำบลบางเมือง อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ ที่เกิดเหตุเป็นบ้านเดี่ยวชั้นเดียว บริเวณลานจอดรถ พบศพนายจักรรินทร์ อายุ 46 ปี นั่งคอตกอยู่บนรถเข็นวีลแชร์ โดยบนตักพบอาวุธปืนลูกโม่ขนาดจุด 38 วางอยู่ เจ้าหน้าที่จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน ตรวจสอบตามร่างกายพบบาดแผลถูกอาวุธปืนยิงกรอกปาก 1 นัด

ลูกสาวอายุ 13 ปี เล่าว่า เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา พ่อได้บอกให้ตนไปหยิบกระเป๋าปืนสีดำมาให้ และบอกว่าจะเอาปืนดังกล่าวไปคืนปู่ ก่อนจะให้ตนเข็นรถมาที่หน้าห้องเก็บของบริเวณลาดจอดรถ แล้วใช้ให้ตนไปหยิบของที่อยู่ในบ้าน จู่ๆ ก็มีเสียงปืนดังขึ้น 1 นัด จึงวิ่งออกไปดูก็พบว่าพ่อใช้ปืนยิงตัวเองเสียชีวิตแล้ว

เบื้องต้น ตำรวจคาดว่า ผู้ตายอาจเครียดปัญหาสุขภาพ เนื่องจากป่วยเป็นโรคไต และ ป่วยโรคกระดูกสันหลังทับเส้นประสาท จนทำให้เดินไม่ได้ และ ต้องลาออกจากงานรับเหมาวางระบบเครือข่ายโทรศัพท์ จึงก่อเหตุดังกล่าว

หนุ่มขี่จยย.ถูกรถชนแล้วหนี ทิ้งทะเบียนไว้ ตร.ลพบุรีเร่งล่า

หนุ่มขี่รถจยย.ถูกชนแล้วหนีทิ้งแผ่นป้ายทะเบียนไว้ในที่เกิดเหตุ ตำรวจลพบุรีเร่งสืบหาตัวร.ต.อ.เอกวิทย์ ทองพุ่ม รอง สารวัตรสอบสวน สภ.เมือง ลพบุรี ได้รับแจ้งจากศูนย์วิทยุ สภ.เมือง ลพบุรี ว่ามีผู้ประสบอุบัติเหตุบนถนนสายพหลโยธิน ขาออกมุ่งหน้าสระบุรี และมีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัส จึงประสานศูนย์กู้ชีพ 1669 และอาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง เดินทางไปยังที่เกิดเหตุ

จากการตรวจสอบพบรถจักรยานยนต์ฮอนด้า รุ่น MSX สีดำสภาพใหม่ ยังไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ล้มคว่ำอยู่ มีร่องรอยถูกเฉี่ยวชน ใกล้กันพบ นายอาทิตย์ อายุ 25 ปี อยู่บ้าน ต.หนองแก อ.พระพุทธบาท จ.สระบุรี มีอาการสาหัสเสียเลือดมาก แพทย์พยาบาลได้ช่วยกันปฐมพยาบาลเบื้องต้น แต่ไม่สามารถยื้อชีวิตไว้ได้ และเสียชีวิตก่อนนำตัวส่งโรงพยาบาล

จากการตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุพบป้ายทะเบียน กด-2335 กรุงเทพมหานคร ตกอยู่ใกล้กัน คาดว่าน่าจะเป็นรถยนต์ที่ขับเฉี่ยวชนนายอาทิตย์ จนเสียชีวิต และได้ขับหลบหนีไปซึ่งทาง ร้อยเวรเจ้าของคดีจะได้ตรวจสอบกล้องวงจรปิดตามเส้นทางเพื่อตรวจหารถคันที่เฉี่ยวชน และตรวจสอบไปยังขนส่งถึงป้ายทะเบียนคันดังกล่าวต่อไป สำหรับศพนายอาทิตย์ได้เก็บรักษาไว้ที่ รพ.พระนารายณ์มหาราช ก่อนที่จะประสานญาติเพื่อนำศพกลับไปบำเพ็ญกุศลตามประเพณี

หญิงชราวัย 66 อยู่ตัวคนเดียว ถูกทำร้ายอาการสาหัส! สลด พบร่องรอยคล้ายถูกข่มขืน

หญิงชราวัย 66 ถูกทำร้ายร่างกาย เเละพบร่องรอยคล้ายถูกข่มขืน นอนซมอยู่ในบ้านเช่า เพื่อนบ้านเห็นผิดสังเกต เคาะประตูเรียกก็ไม่มีเสียงตอบ ตัดสินใจงัดบ้านเข้าไป พบผู้เสียหายมีบาดเเเผลฟกช้ำทั่วร่าง ก่อนรีบนำส่ง รพ.

เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 19 มีนาคม 2560 ร.ต.อ.เกรียงศักดิ์ แผลงดี สวนสอบสวน สภ. คลองสิบสอง จ.ปทุมธานี ได้รับแจ้งจากโรงพยาบาลปทุมธานี มีคนไข้หญิง อายุ 66 ปี ถูกทำร้ายบาดเจ็บ มีรอยฟกช้ำขนาดใหญ่หลายแห่ง อวัยวะเพศมีร่องรอยฉีกขาดคล้ายถูกข่มขืน นอนพักรักษาตัวที่โรงพยาบาลปทุมธานี ต.บางปรอก อ.เมือง จ.ปทุมธานี จึงได้เดินทางมาสอบถามญาติและผลการตรวจจากแพทย์

จากการตรวจสอบพบนางสาวลำไทร (นามสมมุติ) อายุ 66 ปี อาชีพเข็นรถขายลูกชิ้น มีโรคประจำตัวหลายอย่าง อาศัยอยู่บ้านเช่าเพียงลำพัง เลขที่ 124 หมู่ 2 ตำบลลำไทร อำเภอลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี สภาพนอนอยู่บนเตียงไม่สามารถสื่อสารกับใครได้ ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ และบริเวณแขนขาและหลังมีร่องรอยพกช้ำคล้ายถูกทำร้าย มีญาติคนไข้ได้เข้ามาเยี่ยมผู้ป่วย และดูแลเช็ดคราบเลือดบริเวณนิ้วเท้าและมือ  จากการที่เจ้าหน้าที่ได้สอบถามเพื่อนบ้านที่พบผู้ป่วยคนแรกทราบว่า ผู้ป่วยนอนเปลือยกายตามร่างกายมีรอยฟกช้ำและคราบเลือดหลายแห่ง ตาซ้ายบวมปิด คิ้วแตก แขนซ้ายผิดรูป

จากการสอบถามน้องชายของผู้ป่วย กล่าวว่า ตนเองและพี่สาวอาศัยอยู่คนละบ้านกัน แต่ก็ไม่ห่างกันมาก ในคืนที่เกิดเหตุ เพื่อนบ้านใกล้เคียงสังเกตว่า พี่สาวของตน ไม่ออกจากบ้านเลย จึงไปเคาะประตูเรียกแล้วไม่มีเสียงตอบ จึงได้งัดประตูเข้าไปเนื่องจากประตูล็อกอยู่

พบว่าพี่สาวของตนนอนอยู่กับพื้นช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ และได้ยกมือขอความช่วยเหลือ จึงได้ส่งโรงพยาบาลลำลูกกา เนื่องจากอาการหนัก จึงได้ย้ายมายังโรงพยาบาลปทุมธานี เบื้องต้นได้แจ้งกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า พี่สาวหกล้มจึงบาดเจ็บดังกล่าว  ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้เข้ามาสอบถามญาติ และแพทย์ผู้ดูแลอาการผู้ป่วยรายนี้ เบื้องต้นพบว่า ผู้ป่วยมีร่องรอยพกช้ำหลายแห่ง อีกทั้งยังมีร่องรอยคล้ายถูกข่มขืน จึงต้องสอบสวนขยายผล หากถูกทำร้ายก็จะดำเนินการติดตามคนร้ายต่อไป

ทำดีได้ดี! ลุงวัย 74 ปั่นสามล้อถีบ ได้ ‘สามล้อไฮบริด’ เป็นของขวัญ หลังเก็บเงินแสนคืนเจ้าของ

ลุงวัย 74 ปี ชาวสุราษฎร์ธานี เก็บกระเป๋าสตางค์ของนายตำรวจจากแอฟริกาใต้ ที่มีเงินรวมกว่า 1 แสนบาทได้ จึงได้สามล้อไฮบริดเป็นสิ่งตอบแทน เพื่อประกอบอาชีพได้อย่างไม่ต้องเหนื่อยเกินไป

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 17 มี.ค. 60 ที่สำนักงานตำรวจภูธรภาค 8 จ.สุราษฏร์ธานี พล.ต.ท.เทศา ศิริวาโท ผบช.ภ.8 พร้อมด้วย นายวุฒิไกร เศรษฐี กรรมการผู้จัดการ บริษัท ล้อหมุนสยาม จำกัด ผู้ผลิตสามล้อไฮบริดเจ้าแรกของเมืองไทย นำรถสามล้อถีบพลังไฟฟ้าที่ใช้ผสมผสานกับแรงถีบ นวัตกรรมที่เชื่อมโยงความเป็นไทยและใส่ใจสิ่งแวดล้อม นำมามอบให้แก่ นายบรรพต โชติกพันธ์ อายุ 74 ปี ชาว ต.บางกุ้ง อ.เมือง จ.สุราษฎร์ธานี อาชีพปั่นสามล้อรับจ้าง ซึ่งเป็นคนเก็บกระเป๋าสตางค์ของ พ.ต.อ. ราเชนดีน ไอเยอร์ อายุ 52 ปี นายตำรวจจากประเทศแอฟริกาใต้ ที่ภายในมีธนบัตรชนิดต่างๆ รวมแล้วกว่า 1 แสนบาทได้ที่บริเวณถนนหน้าตลาดโต้รุ่ง แล้วนำมามอบให้ตำรวจเพื่อติดตามหาเจ้าของ

พล.ต.ท. เทศา กล่าวว่า รู้สึกดีใจและชื่นชมกับการที่คุณตาบรรพตมีจิตใจที่ดี ซื่อสัตย์ และสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับประเทศไทย และชาวสุราษฎร์ธานี รวมไปถึงภาพลักษณ์ทางด้านการท่องเที่ยว ถือว่าเป็นบุคคลตัวอย่างที่น่ายกย่องและควรเอาเป็นแบบอย่างให้แก่เยาวชนและบุคคลทั่วไปเป็นอย่างมาก ในเรื่องของการทำความดี ที่ถึงแม้จะยากจนแต่ก็ไม่คิดที่จะอยากได้ของของใคร ทำให้สังคมน่าอยู่ยิ่งขึ้น

ด้านนายวุฒิไกร กล่าวว่า ตั้งแต่วันแรกที่ได้เห็นข่าวบนโลกโซเชียล ตนก็ตั้งใจว่าจะมอบเครื่องมือทำมาหากินให้กับคุณลุง เพราะคุณลุงคือสัญลักษณ์ของความดี และต้องการแสดงให้คนเห็นว่า คนทำความดีต้องได้ดี จึงได้ติดต่อขอมอบรถสามล้อไฮบริดให้คุณตาบรรพตไว้ขี่ทำมาหากินอย่างไม่มีเงื่อนไขใดๆ เพราะสิ่งที่คุณตาบรรพตได้ทำลงไปนั้น นอกจากจะสะท้อนให้เห็นถึงน้ำใจคนไทยแล้ว ยังเป็นภาพลักษณ์ที่ดีต่อการท่องเที่ยว อีกทั้งยังเป็นตัวอย่างที่ดีให้กับเยาวชนไทยอีกด้วย จึงอยากมอบรถสามล้อให้คุณตาไว้ทำมาหากินอย่างไม่เหน็ดเหนื่อยเท่าเดิม เพื่อเป็นการตอบแทนคุณงามความดีที่สร้างชื่อเสียงให้กับเมืองไทย

แม่สาวอบต.ปทุมธานี คัดค้านประกัน นายกหมึก ขอให้รับกรรมถึงที่สุด

แม่สาว อบต.ปทุมธานี ขอคัดค้านการประกันตัว นายกหมึก อดีตนายก อบต.พานทอง จังหวัดชลบุรี ขอให้ผู้ทำผิดชดใช้กรรมอย่างถึงที่สุด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (19 มี.ค.) จากการที่ชุดสืบสวนตำรวจภูธรภาค 1 และตำรวจภูธรจังหวัดปทุมธานี นำตัวผู้ต้องหาทำแผนประกอบคำรับสารภาพในคดีฆ่า น.ส.วีรญาภา อายุ 37 ปี นักบริหารงานทั่วไป ฝ่ายนโยบายและแผน องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) บึงชำอ้อ อ.หนองเสือ จ.ปทุมธานี ถูกยิงเสียชีวิตในรถยนต์ เมื่อวันที่ 14 มี.ค. ที่ผ่านมา

วันนี้ เวลา 14.00 น. ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ไปยังวัดสระลำไย ต.นายาว อ.พระพุทธบาท จ.สระบุรี พบกับนางบานเย็น งามวิลัย ซึ่งเป็นแม่ผู้ตายได้ให้สัมภาณ์กรณีนายทวีวงศ์ อดีตนายก อบต.พานทอง จังหวัดชลบุรี หรือ นายกหมึก พร้อมกับพวกได้ก่อเหตุดังกล่าว ไม่มาขอขมาศพ ทำให้นางบานเย็นไม่พอใจ ทั้งที่นายกหมึกได้ก่อกรรมเอาไว้ ทั้งๆ ที่เคยอยู่ร่วมกันมา และยังกล่าวด้วยน้ำตานองหน้าว่า อยากขอร้องผู้ใหญ่ที่ทำคดีนี้อยู่ หากมีการขอประกันตัวก็จะขอคัดค้านไม่ให้ประกัน เพราะว่าไม่สาสมกับสิ่งที่ทำไว้อย่างโหดเหี้ยม ซึ่งไม่เท่ากับตนที่สูญเสียลูกอันเป็นที่รักและเป็นเสาหลักของบ้าน

สำหรับบรรยากาศในพิธีฌาปนกิจศพ มีผู้ร่วมพิธีโดยเฉพาะเครือญาติและเพื่อนที่ทำงาน ต่างทยอยมาร่วมพิธีด้วยความอาลัยต่อการจากไปของน.ส.วีรญาภา