ลดความอ้วนด้วยตัวเอง กับ 4 ข้อง่ายๆ ที่ใครๆ ก็ทำได้

การลดความอ้วนยังคงเป็นเทรนด์อันฮอตฮิตติดชาร์ตประจำทุกปี เพราะว่าความอ้วนใครๆ ก็อยากจะหลีกหนี เอาเป็นว่าไกลเท่าไหร่ยิ่งดี แต่ใครหลายคนก็คิดกันเล่นๆ ว่า “กว่าจะอ้วนได้ขนาดนี้ หมดเงินซื้อของกินไปกี่บาท รู้บ้างไหม!!!” รู้จ้ะรู้ แต่เรารู้ว่าคุณก็อยากหลีกหนีเจ้าไขมันในตัวให้ไกล อิอิ อย่ามาทำไขสือซะให้ยาก

บางคนน่ะร่ำรวยเงินทอง หรือมีเงินใช้สอยเพียงพอ ไม่เดือนร้อนยามหมดเงินไปกับคอร์สลดความอ้วน นั่นก็ปรบมือให้แบบรัวๆ แต่ถ้าใครที่อ้วนแถมไม่เหลือเงินไปเข้าคอร์สลดน้ำหนัก (หมายถึงว่าเก็บไว้ยามเดือดร้อนนะ อย่าเข้าใจกันผิด)

มาเถ๊อะ มาดูวิธีลดความอ้วนด้วยตัวเอง ซึ่งมันไม่ยากเลยนะจ๊ะ แถมยังปลอดภัยอีกด้วย ทีนี้แหละนะ ทรวดทรงองค์เอวที่ถูกเจ้าไขมันกลบอยู่จะได้เผยโฉมก็คราวนี้

ลดความอ้วนด้วยตัวเองวิธีที่ 1 : ปิดปาก
ปิดปากในที่นี้ไม่ใช่หยุดเม้าท์มอยฝอยแตกกับแก๊งเพื่อนนะจ๊ะ แต่หมายถึงปิดปากยามที่ต้องกินของจุกจิกต่างหากเล่า กินข้าวให้อิ่มเป็นมื้อๆ ไปเลยจะดีม๊ากมาก เพราะพวกที่กินจุกจิกจะอ้วนโดยไม่รู้ตัว

อย่างเช่น นอนดูซีรีส์เกาหลีอยู่เพลินๆ มือหนึ่งก็กำเสื้อจนยับยู่ยี่เพราะเขิน (คิดว่าตัวเองเป็นนางเอกล่ะมั้ง) อีกมือก็ไม่ปล่อยให้ว่างนะ หยิบขนมขบเคี้ยวเข้าปากแบบรัวๆ เชอะ! แล้วมาบ่นว่าอ้วน

แต่ถ้าเลิกไม่ได้จริงๆ นะก็ค่อยๆ ลดหลั่นลงไป เปลี่ยนจากขนมขบเคี้ยวเป็นโยเกิร์ต มะขามคลุก หรืออะไรก็ได้ที่เป็นอาหารพลังงานต่ำๆ รู้ไหมว่าการกินจุกจิกบ่อยๆ สมองก็จะจดจำว่า เวลาดูซีรีส์ฉันต้องกินขนมไปด้วยมันฟินมากกก พอได้เวลาท้องก็ร้องโครกคราก และแล้วก็สำราญไปกับขนมขบเคี้ยวและซีรีส์ พออิ่มหนำก็ลูบท้องป้อยๆ (มันใช่เหรอออ)

ลดความอ้วนด้วยตัวเองวิธีที่ 2 : ส่ายหน้า
นอกจากปิดปากให้มิดชิด ส่ายหน้าก็สำคัญไม่แพ้กัน ไม่ใช่ส่ายเหมือนคนบ้านะ แต่เป็นอวัจนะภาษาที่หมายถึงว่า “ไม่” ต่างหาก ยามที่เราท้องอิ่มจากอาหารมื้อหลักแล้วมีของล่อตาล่อใจ ไม่ว่าจะเป็นเครป โตเกียว ขนมเบื้อง ขนมเค้ก วาฟเฟิล ต่างๆ นานา

โดยเพื่อนร่วมแก๊ง พี่ที่ทำงาน หรือใครก็ตามที่กำลังมีความสุขกับการกินในช่วงนั้น หัดส่ายหน้าปฏิเสธไปบ้างก็ได้ ไม่ต้องกลัวผู้ให้จะเสียใจหรอก คนที่เสียใจคือคนที่กำลังลดความอ้วนต่างหากเล่า! อย่าคิดว่ากินชิ้นสองชิ้นก็ได้ หยุดเดี๋ยวนี้เลยจ้ะ หยุดความคิดนั้นไว้เลย มีชิ้นที่สองพรุ่งนี้ชิ้นที่สามก็จะตามมา ทีนีไขมันตัวร้ายก็กลิ้งหลุนๆ อยู่ในร่างกายนั้นแหละ

555

ลดความอ้วนด้วยตัวเองวิธีที่ 3 : โยกย้ายส่ายสะโพก
“หนังท้องตึง หนังตาก็หย่อน” ดูท่าแล้วน่าจะจริงไม่น้อยนัก แทบทุกคนเลยล่ะ กินอะไรอิ่มๆ หลังมื้อกลางวันแล้วท้องตึงหนังตาก็หย่อน นั่นเป็นเพราะมื้อกลางวันจะเป็นมื้อที่จัดหนักไม่แพ้มื้อเช้า

หากอาหารส่วนใหญ่ประกอบไปด้วยแป้งและน้ำตาล เลือดจะไหลไปเลี้ยงกระเพาะอาหารมากขึ้นกว่าเดิม เพื่อเร่งการย่อยอาหารปริมาณมากๆ ที่ยัดเข้าไป ทีนี้เลือดก็ไหลไปเลี้ยงสมองน้อย (เพราะมาทำงานหนักตรงกระเพาะอาหาร) ทำให้อาการง่วงซึมเฉื่อยช้าแทนที่

วิธีแก้ไขก็ง่ายๆ เลย จัดมื้อกลางวันเสร็จแล้วก็เดินสักหน่อยเพื่อช่วยย่อยอาหาร หรือไม่ก็หัดตื่นให้เช้า หรือตกเย็นหลังเลิกแล้วจากกิจกรรมอื่นๆ ให้เวลากับสุขภาพร่างกายตัวเองวันละ 30 นาที เพื่อไปเผาผลาญไขมันเสียบ้าง กินน้อยลงก็จริง ลดความอ้วนก็จริง แต่สุขภาพไม่แข็งแรงถือว่าได้ไม่คุ้มเสียเลยนะจ๊ะ

ต้องลดความอ้วนและสุขภาพร่างกายแข็งแรงไปด้วยถึงจะเรียกว่าคุ้มกับที่เหนื่อยไปนะ แล้วที่สำคัญเวลาไปออกกำลังกายอาจจะได้มิตรภาพดีๆ แลกเปลี่ยนทัศนคติการใช้ชีวิตให้มีความสุขกับคนอื่นๆ กลายเป็น คนมองโลกในแง่ดี อย่างน้อยเริ่มต้นวันใหม่ด้วยรอยยิ้มก็ทำให้ชีวิตมีความสุขไปทั้งวันแล้ว

ลดความอ้วนด้วยตัวเองวิธีที่ 4 : อย่าแพ้กลางคืน
กลางคืนคือเวลาที่ร่างกายทุกส่วนควรได้พักผ่อนจากความเหนื่อยล้า การนอนดึกทำให้ฮอร์โมนคอร์ติซอลทำงาน ถ้าไม่นอนคอร์ติซอลจะปกป้องตัวเองคือร่างกายจะหิว เมื่อหิวก็ต้องกินอาหาร

สรุปง่ายๆ ว่านอนดึกก็จะหิว พอหิวก็ต้องกิน แต่ถ้าตอนกลางคืนเราจะบอกว่าไม่ได้กิอะไรสักหน่อย ร่างกายจะลดการเผาผลาญพลังงานลงทันที ทำให้สิ่งที่กินเข้าไปตั้งแต่เช้าถูกย่อยน้อยลง สะสมไว้เป็นคอลเลคชั่นบ่อยๆ กลายเป็นความอ้วนนั่นเอง

อย่างไรก็ตาม 4 วิธีที่กล่าวไปข้างต้นจะไม่สำเร็จเลยถ้าขาดความมั่นใจ ตั้งใจ อดทน และมีวินัย อย่าให้สิ่งล่อตาล่อใจทำลายการลดความอ้วนด้วยตัวเองขาดสะบั้นลง ถึงจะช้าหน่อยแต่ทำบ่อยๆ ให้เป็นนิสัย ก็จะกลายเป็นคนมีความสุขกับการลดความอ้วน เมื่อทุกอย่างพร้อมแล้ว เหลือก็แต่ตัวเราว่าพร้อมที่จะเปลี่ยงแปลงตัวเองหรือยัง